หลักการและเหตุผล
ข้าว เป็นพืชอาหารสำคัญ เป็นที่มาแห่งพลังงาน (Calories) สำหรับร่างกายของมวลมนุษย์ผู้บริโภคซึ่งมีอยู่เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก มีปริมาณการผลิตทั่วโลก จำนวน 513 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 350 ล้านตันข้าวสาร ในจำนวนนี้จะเป็นปริมาณที่มีการซื้อขายกันในตลาดโลก ประมาณ 15-16 ล้านตัน ผู้ส่งออกรายใหญ่ได้แก่ ประเทศไทย ซึ่งส่งออกปีละประมาณ 4.0-5.0 ล้านตัน อย่างไรก็ตามข้าวที่ประเทศไทยส่งออกเลี้ยงชาวโลกเป็นข้าว INDICA เมล็ดยาวเรียวบางใส เป็นเอกลักษณ์ของข้าวไทยที่ได้พัฒนามาโดยลำดับจากอดีต ข้าวไทยมีบทบาทต่อชีวิตความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียมประเพณีเช่นเดียวกับประเทศผู้ผลิตข้าวในเอเชียทั้งหลาย
ข้าว เป็นพืชที่มีความผูกพันกับชีวิตคนไทยมาแต่โบราณกาลนับพันปีก่อให้เกิดขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวัฒนธรรมข้าว เช่นเดียวกับสังคมในวัฒนธรรมข้าวของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น นอกจากนี้ข้าวไทยยังมีบทบาทสำคัญต่อประชากรเกือบทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเป็นอาหารเพื่อการยังชีพ
ข้าวเป็นพืชอาหารประจำชาติ เกษตรกรไทยประมาณ 3.43 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 20 ล้านคน ทำหน้าที่เป็นผู้ปลูกข้าวเลี้ยงประชากรไทยทั่วประเทศ และยังมีเหลืออีกส่วนหนึ่งสำหรับเลี้ยงชาวโลกด้วย
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจก่อให้เกิดมูลค่าผลผลิต เกือบปีละ 90,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจต่อเนื่องจากข้าว เช่น พ่อค้าท้องถิ่น โรงสี ผู้ส่งออกบริการ โกดัง และการขนส่ง ยังมีส่วนได้รับประโยชน์ในธุรกิจเรื่องข้าวดังกล่าวด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่าปีใดข้าวราคาดี เกษตรกรชาวนาจะมีกำลังการซื้อสูงขึ้น สินค้าจำเป็นแก่การครองชีพและอื่น ๆ เช่น วิทยุ ทีวี เสื้อผ้า ฯลฯ จะมีความต้องการของตลาดสูง สินค้าถูกซื้อง่ายและขายคล่อง เป็นผลทำให้ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวในทุก ๆ ภาคธุรกิจ เป็นผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศดี ในทางตรงข้าม หากปีใดราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เกษตรกรขาดกำลังซื้อ ธุรกิจต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบทำให้เกิดภาวะถดถอย หรือซบเซา
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ข้าวเป็นพืชสินค้าอาหารจำเป็น (Essential goods) ประจำ และ
ผู้บริโภคซึ่งมีอยู่เกือบครึ่งโลก ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง เป็นผลทำให้ข้าวต้องถูกกำหนดไว้ในราคาที่ถูก ส่งผลกลับคืนสู่เกษตรกรผู้ผลิต ซึ่งมีกำลังต่อรองน้อยอยู่แล้ว จำเป็นต้องรับราคาที่ถูกตามไปด้วย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำ ยากจน ซึ่งมีข้อพิสูจน์แล้วว่าเกษตรกรทำนา เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยากจนที่สุดในบรรดาผู้มีอาชีพการเกษตรทั้งหลาย
เนื่องจากข้าวเปรียบเหมือนสิ่งที่เป็นคู่ชีวิตของคนไทยมาแต่อดีต การทำนาปลูกข้าวจึงถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณี ชาวไทยให้ความเคารพนบนอบแด่พระแม่โพสพ เทพีแห่งข้าว จะหยิบจะวางข้าวนั้น
ต้องเอาไว้ในที่สูง การเหยียบย่ำข้าวถือเป็นบาป คนไทยจะจัดให้มีประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าวในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำนา แม้แต่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ ยังให้ความสำคัญในพระราชพิธีเกี่ยวกับข้าว เช่น พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีแรกนาขวัญ เป็นต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรได้รับผลดีจากการเพาะปลูกพืชผล นอกจากนี้ เกษตรกรมักจะมีพิธีกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับข้าว เช่น พิธีขอฝน การลงแขกดำนา หรือเกี่ยวข้าว และการเล่นในบรรยากาศของชนบทต่าง ๆ
ความสำคัญของข้าวในด้านการเมือง การปกครองและความมั่นคงนั้น เนื่องจากประชากรของชาวนาถือได้ว่าเป็นชนกลุ่มใหญ่ มีจำนวนถึงประมาณ 20 ล้านคน เป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในบรรดาเกษตรกรทั้งหลาย อยู่กระจายกันทั่วประเทศ ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวย่อมมีบทบาทต่อภาวะของการเมือง การปกครองของประเทศ ความต้องการของชาวนาอยู่ในทิศทางใด เปรียบเสมือนเครื่องบ่งชี้แนวนโยบายของรัฐ เป็นที่กล่าวกันในหมู่นักการเมืองว่า ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ความมั่นคงทางการเมืองและการปกครองมีส่วนสัมพันธ์ต่อสภาวะเศรษฐกิจของชาวนา เป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลทุกรัฐบาลจะให้ความสนใจในปัญหาเรื่องข้าวของชาวนามากที่สุด เพราะถือว่าเป็นปัญหาของคนส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลต้องออกมาตรการต่างๆ ในการแก้ปัญหาราคาข้าวของทุกปี ทั้งนี้ การพลาดพลั้งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ย่อมส่งผลถึงเสถียรภาพของรัฐบาลในที่สุด
การผลิตข้าวของไทยในอนาคต ส่วนหนึ่งจะผลิตเพื่อสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศอย่างเพียงพอ เพื่อนำไปใช้ในการบริโภคและทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ด้านอุตสาหกรรม สำหรับอีกส่วนหนึ่งนั้นจะทำการผลิตเพื่อการส่งออก โดยเน้นหนักในเรื่องการผลิตข้าวคุณภาพดีตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการผลิตข้าวที่มีลักษณะเมล็ดยาวมีความใส และความ
หอม ซึ่งคงความเป็นเอกลักษณ์ของข้าวไทยเอาไว้ สำหรับพันธุ์ที่เน้นในการส่งเสริมการผลิต คือพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวที่มีชื่อเสียงของไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้นโดยลำดับ สำหรับข้าวคุณภาพต่ำจะทำการพัฒนาการเทคโนโลยีเพื่อแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพข้าวให้สูงขึ้น ให้สามารถขายได้ราคา และหลีกเลี่ยงปัญหาด้านการแข่งขันกับประเทศผู้ค้าข้าวคุณภาพต่ำอื่น ๆ และจะเน้นการส่งเสริมการผลิตข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสมและมีศักยภาพในด้านการผลิตเท่านั้น ในส่วนพื้นที่ที่ไม่มีความเหมาะสมจะสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนแปลงไปปลูกพืชอื่น หรือทำการเกษตรอย่างอื่นที่มีความเหมาะสมกว่าเพื่อให้เกษตรกรสามารถลดความเสี่ยงจากการปลูกข้าวเพียงชนิดเดียวและเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย
วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553
แผนภูมิแสดงการเพาะปลูกข้าวของไทย

กราฟที่ 1: การเพาะปลูกข้าวนาปีของเกษตรกรไทย
จากกราฟที่ 1 แสดงให้เห็นว่าการใช้พื้นที่ในการปลูกข้าวนั้นในช่วงเดือน พ.ค.51 การใช้พื้นที่จะมีความใกล้เคียงกันระหว่างภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคกลางจะมีการใช้พื้นที่มากที่สุด และภาคใต้ใช้พื้นที่น้อยที่สุด ภาคเหนือและภาคอีสานมีการใช้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละเดือน จนถึงเดือน ก.ค.51 มีการใช้พื้นที่มากที่สุด ภาคอีสานใช้พื้นที่มากเป็นร้อย 50 และภาคเหนือลองลงมา ร้อยละ 40 และในเดือน ส.ค.51 ภาคอีสานและภาคเหนือมีการใช้พื้นที่ลดลง ภาคอีสานใช้พื้นที่ลดลงมากจาก ก.ค.51 จนถึงเดือน ต.ค.51 ภาคกลางการใช้พื้นที่ไม่ร้อยละการใช้พื้นที่ไม่สูงมากและมีความใกล้เคียงกันระหว่าง พ.ค.51 – ส.ค.51 และในก.ย.51- ต.ค.51 มีการลดลงอย่างมาก ส่วนภาคใต้มีการใช้พื้นที่เพาะปลูกน้อยในช่วง พ.ค.51 และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมากสุดใน ก.ย.51 และค่อย ๆ ลดลง ทุกเดือน
ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสานไม่มีการใช้พื้นที่เพาะปลูกตั้งแต่ พ.ย. 51 - ก.พ. 52
ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสานไม่มีการใช้พื้นที่เพาะปลูกตั้งแต่ พ.ย. 51 - ก.พ. 52

กราฟที่ 2 กราฟแสดงผลผลิตข้าวของประเทศไทย ปี 2543 - 2553
จากกราฟจะเห็นได้ว่าปริมาณผลผลิตข้าวของไทยมีความสม่ำเสมอ ปริมาณการผลิตในแต่ปีมีความใกล้เคียงกันแต่จะมีความแตกต่างที่ประเภทของการทำนา คือ ปริมาณการผลิตข้าวนาปีมีปริมาณมากกว่าข้าวนาปรัง และปีที่มีการผลิตข้าวมากที่สุด(รวมทั้งนาปีและนาปรัง) คือปี 2550/51 และน้อยที่สุดคือปี 2543/44

จากกราฟแสดงให้เห็นว่าปริมาณการส่งออกข้าวปี 51 -52 ลดลง ทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงตามไปด้วย ส่วนข้าวหอมปทุมธานี มีปริมาณการส่งออกและมูลค่าคงที่ และข้าวหอมมะลิไทยมีปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นทำให้มูลค่าการส่งเพิ่มขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามถึงปริมาณการส่งออกข้าวจะลดลงแต่ก็ยังมีปริมาณการส่งออกที่มากที่สุดในปี 2551-2552 ถึง 75% และ70% ของปริมาณการส่งออกข้าวทั้งหมด ข้าวหอมมะลิไทยมีปริมาณการส่งออกลองลงมา คือ 19-23% และข้าวหอมปทุมธานี มีการส่งออกน้อยที่สุดคือ 2%
บทวิเคราะห์
1. จากข้อมูลสถิติการใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าวของเกษตรกรแต่ละภาค ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีการเพาะปลูกข้าวทุกภาค เนื่องจากคนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก และนอกจากข้าวจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว ข้าวยังเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก จนทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก
2. ผลผลิตข้าวของไทยที่เพิ่มขึ้นทุกปี จากปี 2543-2551 ในปี 2552 และ 2553 ผลผลิตลดลงตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงปริมาณการส่งออกข้าวที่ลดลงตามไปด้วย ซึ่งอาจเกิดจากความผันผวนของตลาดโลกและการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง คือสภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมากกว่าอดีต เป็นช่วงเวลาซึ่งบางพื้นที่มีสภาพแห้งแล้งและบางพื้นที่มีสภาพหนาวเย็นผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าว ซึ่งเป็นพืชอาหารหลักของคนไทย ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ข้าวไม่มีคุณภาพ เป็นปัญหาที่ทำให้ตัวเลขผลผลิตข้าวลดลง
3. การส่งออกข้าวของไทยมีเปอร์เซ็นต์ลดลง เนื่องจากในตลาดโลกยังเกิดความผันผวนและภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่อย่างไรก็ตามประเทศผู้นำเข้าหลายประเทศยังคงมีความต้องการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยจึงมีโอกาสทางการตลาดสูงที่จะเพิ่มการส่งออกข้าวได้อีก เนื่องจากเป็นประเทศที่ไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออก
บทวิเคราะห์
1. จากข้อมูลสถิติการใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าวของเกษตรกรแต่ละภาค ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีการเพาะปลูกข้าวทุกภาค เนื่องจากคนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก และนอกจากข้าวจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว ข้าวยังเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก จนทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก
2. ผลผลิตข้าวของไทยที่เพิ่มขึ้นทุกปี จากปี 2543-2551 ในปี 2552 และ 2553 ผลผลิตลดลงตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงปริมาณการส่งออกข้าวที่ลดลงตามไปด้วย ซึ่งอาจเกิดจากความผันผวนของตลาดโลกและการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง คือสภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมากกว่าอดีต เป็นช่วงเวลาซึ่งบางพื้นที่มีสภาพแห้งแล้งและบางพื้นที่มีสภาพหนาวเย็นผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าว ซึ่งเป็นพืชอาหารหลักของคนไทย ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ข้าวไม่มีคุณภาพ เป็นปัญหาที่ทำให้ตัวเลขผลผลิตข้าวลดลง
3. การส่งออกข้าวของไทยมีเปอร์เซ็นต์ลดลง เนื่องจากในตลาดโลกยังเกิดความผันผวนและภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่อย่างไรก็ตามประเทศผู้นำเข้าหลายประเทศยังคงมีความต้องการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยจึงมีโอกาสทางการตลาดสูงที่จะเพิ่มการส่งออกข้าวได้อีก เนื่องจากเป็นประเทศที่ไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออก
สรุปและข้อเสนอแนะ
บทสรุป
เมืองไทยปลูกข้าวได้ทั่วทุกพื้นที่ เรียกว่าใช้พื้นที่ในการปลูกประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ พื้นที่ปลูก "ข้าว" ที่สำคัญของเราอยู่ในภาคอีสาน หรือมีพื้นที่รวมแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ปลูกข้าวในเมืองไทย พันธุ์ข้าวที่ขึ้นชื่อและขายได้ราคาสูง คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ภาคอีสานเป็นแหล่งปลูกข้าวใหญ่ แต่กลับกลายเป็นว่าข้าวที่ปลูกแถบนี้ให้ผลผลิตต่ำกว่าที่อื่น อาจจะเป็นเพราะพันธุ์ข้าวที่ปลูก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่ำอยู่แล้ว ประกอบกับสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น ดินหรือน้ำ ก็ขาดแคลน
ปริมาณการค้าข้าวของโลกในแต่ละปีไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับภาวะการผลิตของประเทศผู้ผลิตและความต้องการบริโภคข้าวของประเทศผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ที่สำคัญ ราคาส่งออกข้าวของไทย ราคาข้าวที่ซื้อขายกันในตลาดต่างประเทศแตกต่างกันตามชนิดหรือคุณภาพข้าว และจุดที่ทำการซื้อขาย ซึ่งในแต่ละแห่งราคามักเคลื่อนไหวขึ้นลงในลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การกำหนดราคาข้าวโดยปกติขึ้นอยู่กับสภาพการค้าระหว่างประเทศ ความต้องการบริโภคภายในประเทศ และสภาพการผลิตในประเทศ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก แต่ราคาข้าวของไทยยังคงเคลื่อนไหวตามราคาข้าวในตลาดโลก ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์ และอุปทานข้าวในตลาดโลก เนื่องจากยังมีปริมาณข้าวของประเทศอื่นๆ ออกสู่ตลาดโลกเช่นเดียวกัน
ข้อเสนอแนะ
1. มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาดด้วย ว่าตลาดใดต้องการข้าวชนิดไหน ปริมาณมากน้อยเพียงไร เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการทำการตลาด ให้ตรงกับความต้องการ และช่วยเกษตรกรในการวางแผนการผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาดได้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวคือ ไทยขาดการพยากรณ์ที่ดี การคาดการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริง
2. การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ข้าว ควรจะคำนึงพิจารณาด้าน Demand ควบคู่ไปกับด้าน Supply ด้วย เพื่อให้ทราบว่าตลาดส่งออกสินค้าข้าวของไทยแต่ละแห่งมีพฤติกรรมอย่างไร มีความต้องการหรือ Demand อย่างไร แล้วค่อยพิจารณาย้อนหลังไปถึงผู้ส่งออก หยง โรงสี และชาวนา
3. การลดต้นทุนการผลิต พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมข้าวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้การผลิตสินค้าคล่องตัว และช่วยต้นทุนในการผลิต รวมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้กับสินค้าส่งออกของไทยได้อีกด้วย
4. การเพาะปลูกข้าวจำต้องคำนึงถึงคุณภาพทรัพยากรดิน เพราะจะส่งผลถึงคุณภาพของข้าวด้วย รัฐควรมีมาตรการที่จะช่วยพัฒนาหรือปรับปรุงดิน เนื่องจากมีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม แนวทางการเพาะปลูกของประเทศเวียดนามก็เป็นที่น่าสนใจ โดยเกษตรกรจะแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวออกเป็น 4 ส่วน โดยทำการเพาะปลูกข้าว 3 ส่วน อีก 1 ส่วนใช้ปลูกพืชหมุนเวียน โดยส่วนที่ปลูกพืชหมุนเวียนจะเวียนไปในแต่ละส่วนที่เหลือในแต่ละรอบการปลูก ทำให้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ ดินยังมีเวลาได้พัก คุณภาพของดินจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการเพาะปลูกข้าว
เมืองไทยปลูกข้าวได้ทั่วทุกพื้นที่ เรียกว่าใช้พื้นที่ในการปลูกประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ พื้นที่ปลูก "ข้าว" ที่สำคัญของเราอยู่ในภาคอีสาน หรือมีพื้นที่รวมแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ปลูกข้าวในเมืองไทย พันธุ์ข้าวที่ขึ้นชื่อและขายได้ราคาสูง คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ภาคอีสานเป็นแหล่งปลูกข้าวใหญ่ แต่กลับกลายเป็นว่าข้าวที่ปลูกแถบนี้ให้ผลผลิตต่ำกว่าที่อื่น อาจจะเป็นเพราะพันธุ์ข้าวที่ปลูก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่ำอยู่แล้ว ประกอบกับสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น ดินหรือน้ำ ก็ขาดแคลน
ปริมาณการค้าข้าวของโลกในแต่ละปีไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับภาวะการผลิตของประเทศผู้ผลิตและความต้องการบริโภคข้าวของประเทศผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ที่สำคัญ ราคาส่งออกข้าวของไทย ราคาข้าวที่ซื้อขายกันในตลาดต่างประเทศแตกต่างกันตามชนิดหรือคุณภาพข้าว และจุดที่ทำการซื้อขาย ซึ่งในแต่ละแห่งราคามักเคลื่อนไหวขึ้นลงในลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การกำหนดราคาข้าวโดยปกติขึ้นอยู่กับสภาพการค้าระหว่างประเทศ ความต้องการบริโภคภายในประเทศ และสภาพการผลิตในประเทศ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก แต่ราคาข้าวของไทยยังคงเคลื่อนไหวตามราคาข้าวในตลาดโลก ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์ และอุปทานข้าวในตลาดโลก เนื่องจากยังมีปริมาณข้าวของประเทศอื่นๆ ออกสู่ตลาดโลกเช่นเดียวกัน
ข้อเสนอแนะ
1. มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาดด้วย ว่าตลาดใดต้องการข้าวชนิดไหน ปริมาณมากน้อยเพียงไร เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการทำการตลาด ให้ตรงกับความต้องการ และช่วยเกษตรกรในการวางแผนการผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาดได้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวคือ ไทยขาดการพยากรณ์ที่ดี การคาดการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริง
2. การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ข้าว ควรจะคำนึงพิจารณาด้าน Demand ควบคู่ไปกับด้าน Supply ด้วย เพื่อให้ทราบว่าตลาดส่งออกสินค้าข้าวของไทยแต่ละแห่งมีพฤติกรรมอย่างไร มีความต้องการหรือ Demand อย่างไร แล้วค่อยพิจารณาย้อนหลังไปถึงผู้ส่งออก หยง โรงสี และชาวนา
3. การลดต้นทุนการผลิต พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมข้าวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้การผลิตสินค้าคล่องตัว และช่วยต้นทุนในการผลิต รวมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้กับสินค้าส่งออกของไทยได้อีกด้วย
4. การเพาะปลูกข้าวจำต้องคำนึงถึงคุณภาพทรัพยากรดิน เพราะจะส่งผลถึงคุณภาพของข้าวด้วย รัฐควรมีมาตรการที่จะช่วยพัฒนาหรือปรับปรุงดิน เนื่องจากมีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม แนวทางการเพาะปลูกของประเทศเวียดนามก็เป็นที่น่าสนใจ โดยเกษตรกรจะแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวออกเป็น 4 ส่วน โดยทำการเพาะปลูกข้าว 3 ส่วน อีก 1 ส่วนใช้ปลูกพืชหมุนเวียน โดยส่วนที่ปลูกพืชหมุนเวียนจะเวียนไปในแต่ละส่วนที่เหลือในแต่ละรอบการปลูก ทำให้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ ดินยังมีเวลาได้พัก คุณภาพของดินจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการเพาะปลูกข้าว
บรรณานุกรม
สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย. ข้อมูลเกี่ยวกับข้าว. (ออนไลน์)
http://www.thairiceexporters.or.th/rice_profile.htm . 10 มีนาคม 2553
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร,2552.ข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ.
http://www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=7769. 11 มีนาคม 2553
สถิติการส่งออก -- ข้าวหอมปทุมธานี : ปริมาณและมูลค่าการส่งออกรายเดือน
http://www.oae.go.th/oae_report/export_import/export_result.php 11 มีนาคม 2553
สถิติการส่งออก (Export) -- ข้าวหอมมะลิไทย : ปริมาณและมูลค่าการส่งออกรายเดือน
http://www.oae.go.th/oae_report/export_import/export_result.php 11 มีนาคม 2553
http://www.thairiceexporters.or.th/rice_profile.htm . 10 มีนาคม 2553
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร,2552.ข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ.
http://www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=7769. 11 มีนาคม 2553
สถิติการส่งออก -- ข้าวหอมปทุมธานี : ปริมาณและมูลค่าการส่งออกรายเดือน
http://www.oae.go.th/oae_report/export_import/export_result.php 11 มีนาคม 2553
สถิติการส่งออก (Export) -- ข้าวหอมมะลิไทย : ปริมาณและมูลค่าการส่งออกรายเดือน
http://www.oae.go.th/oae_report/export_import/export_result.php 11 มีนาคม 2553
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)